The Avengers” การกลับมาของ ไอรอนแมน& แบล็ควิโดว์


 

ใกล้ถึงเวลาสิ้นสุดการรอคอยเสียที กับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ ”The Avengers” ที่จะเข้าฉายวันที่ 1 พฤษภาคมนี้แล้ว และหลังจากสัปดาห์ที่แล้วเราคุยกับ จอสส์ วีดอน ผกก. ไปแล้ว วันนี้เรามาโหมโรงกับ 2 ตัวละครเอกกับ โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ที่กลับมารับบทเด่นดังของเขา โทนี่ สตาร์ค หรือ ”ไอรอนแมน” และ สการ์เล็ตต์ โยฮันส์สัน ที่นำ ”แบล็ควิโดว์” สุดยอดสายลับ กลับสู่วงการอีกครั้ง
 เมื่อภาพยนตร์อีพิคผจญภัย The Avengers ลงโรงในซัมเมอร์ปี 2012 จะมีเพียงซูเปอร์ฮีโร่คนเดียวในกลุ่มที่ปรากฏตัวเป็นครั้งที่สาม เขาคนนั้นคือ โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ในบทไอรอนแมน ซึ่ง ดาวนี่ย์ บอกว่า นี่เป็นเรื่องสมเหตุสมผล ”ถ้าหากคนดูพัฒนาการของ โทนี่ สตาร์ค ใน Iron Man ทั้งสองภาค ก็จะเห็นได้ว่าเขากำลังพัฒนาไปสู่ความสามารถในการทำอะไรแบบนี้ได้”
”ภาคแรกเป็นเรื่องราวต้นกำเนิดของเขา และเขาก็เกิดความรู้แจ้ง และเกิดกลับตัวกลับใจ ส่วนภาคสองเป็นเรื่องของการสร้างพื้นที่ให้กับคนอื่นๆ ในโลกที่คับแคบของเขา และการจัดการกับเรื่องมรดกที่สืบทอดมา ตอนนี้ ถ้า โทนี่ สตาร์ค อยู่บ้าน แล้วธอร์เดินเข้ามา เขาคงจะคิดว่ามันน่าขัน เขารู้ว่าพ่อของเขายุ่งเกี่ยวกับเรื่องอะไรบางอย่างที่เพ้อฝัน แต่เป็นในฐานะวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ ในฐานะคนที่คิดในแง่ของความเป็นไปได้ทั้งมวล เขาจะคิดว่า รู้มั้ย มันอาจเป็นไปได้นะ มันอยู่นอกเหนือจากประสบการณ์ปกติของผมก็จริง แต่มันอาจเป็นไปได้ก็ได้น่ะครับ”
หลังจากเคยร่วมงานกับผู้กำกับฯ จอน แฟฟโร่ ใน Iron Man สองภาคแรก ดาวน์นี่ย์ก็ไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรเมื่อเขาพบว่า ผู้กำกับฯ/มือเขียนบท จอสส์ วีดอน จะเป็นผู้กำกับฯ เขาคนต่อไป ”พอผมได้ยินว่าจอสจะกำกับหนังเรื่องนี้ ผมก็เล่าให้คนที่ทำงานที่บริษัทโปรดักชั่นของผมฟัง และพวกเขาทุกคนก็ตื่นเต้นกันมาก พวกเขาบอกผมว่าทำไมเขาถึงเพอร์เฟกต์กับงานนี้ คนบูชาผู้ชายคนนี้ และมันก็มีเหตุผลมากมายให้ได้เรียนรู้ว่าทำไมเขาถึงยิ่งใหญ่ขนาดนี้น่ะครับ หนึ่งในเหตุผลสำคัญ จอสเป็นคนที่เพอร์เฟกต์สำหรับการกำกับ The Avengers คือเขาเป็นคนเขียนบทเรื่องนี้เองด้วย ระหว่างการแสดง ผมสามารถถามได้ว่า ”แบบนี้ใช่มั้ย” แล้วเขาก็จะบอกว่า ”ไม่รู้สิ เดี๋ยวผมกลับมาบอกคุณนะ” สิบนาทีให้หลังเขาก็จะมีตัวเลือกยาวสามหน้ามาให้ผมลอง (หัวเราะ)”
นอกจากนี้ ดาวนี่ย์ ยังสนุกสนานกับการใช้เวลาในกองถ่ายกับเพื่อนซูเปอร์ฮีโร่ ที่ประกอบไปด้วย คริส เฮมส์เวิร์ธ (ธอร์), คริส อีแวนส์ (กัปตัน อเมริกา), มาร์ค รัฟฟาโล่ (เดอะ ฮัลค์), ทอม ฮิดเดิลสตัน (โลกิ) และมนุษย์ผู้มีความสามารถพิเศษ เจเรมี่ เรนเนอร์ (ฮอว์คอาย) และ สการ์เล็ตต์ โยฮันส์สัน (แบล็ควิโดว์)
เขานับนิ้วเพื่อตัดเพื่อนนักแสดงออก ขณะที่เขาพูดถึงแต่ละคน แล้วเขาบอกว่า ”หนึ่งในสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดเกี่ยวกับการสร้างหนังเรื่องนี้จนถึงตอนนี้ คือผมชอบทุกคนในทีมนักแสดงมาก ผมรู้จักสการ์เล็ตต์ และผมก็คลั่งไคล้เธอครับ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพี่ชายเธอ และผมก็รู้สึกว่าเราน่าจะได้แสดงหนังด้วยกันอีกหลายเรื่องในอนาคต ผมไปดู Thor แล้วผมก็บอกว่า ”เคนเน็ธ บรานาห์ กำกับหนังเรื่องนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม และทุกคนในหนังเรื่องนี้ก็เก่งมากๆ แต่เหตุผลที่ทำให้มันเป็นหนังฮิตก็เพราะสิ่งที่ คริส เฮมส์เวิร์ธ นำมาสู่บทนั้นครับ เขามีคุณสมบัติพร้อมทุกอย่าง และเขาก็เก่งขึ้นนับแต่นั้นด้วย ผมชื่นชอบ คริส อีแวนส์ มาก หนึ่งในสิ่งที่ผมรักเกี่ยวกับเขาคือเขาเป็นหนุ่มแกร่งจากบอสตัน แต่เขาก็เป็นศิลปินที่อ่อนไหวด้วย แล้วผมก็คงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความเกี่ยวกับ เจเรมี่ เรนเนอร์ เขาเป็นนักแสดงจริงจังที่ไม่ได้มองตัวเองจริงจังเลยน่ะครับ”
”ผมรู้จัก มาร์ค รัฟฟาโล่ ทั้งในชีวิตจริง และจาก Zodiac เขาเป็นคนที่มีเกียรติ และเป็นนักแสดงที่เหลือเชื่อ แซม แจ็คสัน เองก็เป็นเหมือนกับเรนเนอร์ คุณจะพูดอะไรได้ล่ะครับ ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าเขาเก่งยังไง แล้วก็มี ทอม ฮิดเดิลสตัน ที่ผมเริ่มจะได้ทำความรู้จักและชื่นชอบจริงๆ”
ส่วน สการ์เล็ตต์ โยฮันส์สัน สาวมากความสามารถจาก Lost in Translation, Iron Man 2, Vicki Cristina Barcelona รู้สึกตื่นเต้นที่ได้กลับมารับบท นาตาชา โรมานอฟ (แบล็ควิโดว์) อีกครั้งใน Marvel s The Avengers และก็ด้วยเหตุผลที่ดีเสียด้วย นี่เป็นครั้งแรกในอาชีพนักแสดงที่รุ่งโรจน์ของเธอ ที่นักแสดงผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำผู้นี้จะได้กลับมารับบท เดิมอีกครั้ง ”ฉันรักตัวละครตัวนี้ และชื่นชอบการได้แสดงเป็นเธอค่ะ” เธอบอก ”ฉันไม่เคยกลับมารับบทตัวละครตัวเดิมมาก่อน ดังนั้น การสวมชุดนั้นก็เหมือนว่า -อา เพื่อนเก่าที่คุ้นเคย คุณรู้ว่าคุณจะนำตัวละครตัวนี้ไปทางไหน และคุณก็มีพื้นหลังของเธอมารองรับอยู่แล้วน่ะค่ะ”
ด้วยความที่เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในทีมเอเวนเจอร์ส โยฮันส์สันพบว่าทัศนคติจริงจังของสุดยอดสายลับ และผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ แบล็ควิโดว์เป็นอะไรที่น่าสนใจและมีเสน่ห์น่าหลงใหล ”แบล็ควิโดว์เหมือนอยู่ในพื้นที่สีเทา เธอไม่ได้รักชาติเหมือนกัปตัน อเมริกา ในแง่หนึ่ง เธอสู้เพื่อฝ่ายธรรมะ แม้ว่าเธอจะมีแบ็คกราวน์ที่มืดหม่นก็ตาม แต่เธอก็มุ่งมั่นเพราะเธอต้องเป็นแบบนั้น และศีลธรรมของเธอก็เป็นไปตามหน้าที่มากกว่า ในแง่นั้นแล้ว เธอเป็นเหมือนทหารค่ะ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอแยกแยะถูกผิดได้” โยฮันส์สัน อธิบาย
”ทัศนคติแบบนั้นคือสิ่งที่ฉันรักเกี่ยวกับเธอค่ะ” เธอกล่าวต่อ ”เธอเป็นเครื่องจักรเลยค่ะ คุณจะคว่ำเธอไม่ได้หรอก แต่คุณอาจเกือบคว่ำเธอได้ สิ่งที่ฉันรักเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้คือมันมีหลายตอนที่คุณจะคิดว่า เธอจะไม่ลุกขึ้นยืนอีกแน่น่ะค่ะ”
ในตอนที่แบล็ควิโดว์ได้เผยโฉมใน Iron Man 2 ผู้ชมก็แทบไม่ได้รู้เรื่องราวเบื้องหลังอะไรเกี่ยวกับเธอเลย โยฮันส์สันพูดถึงตัวตัวละครของเธอในภาพยนตร์เรื่องนั้นว่าเป็น ”ปลาไหล” อย่างที่เธออธิบายว่า ”เราได้เห็นเสี้ยวเล็กๆ ของตัวตนที่แท้จริงของเธอ แต่มันก็เกิดขึ้นเร็วมากใน Marvel s The Avengers เราจะได้เห็นตัวตนของเธอมากขึ้น และได้เห็นอดีตที่มืดหม่นของเธอเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับฉัน เพราะธรรมชาติที่มืดหม่นกว่าของเธอเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์สำหรับฉันในฐานะนัก แสดงน่ะค่ะ”
สำหรับการสร้างลุกส์สำหรับแบล็ควิโดว์ใน Marvel s The Avengers รวมถึงการศึกษาลักษณะที่ตัวละครตัวนี้ปรากฏในภาพการ์ตูน และแฟนอาร์ตตลอดหลายปีที่ผ่านมา จากลุกส์ยุคอวกาศในช่วง 60s แบล็ควิโดว์ได้พัฒนาขึ้นมามีสไตล์ที่ใช้งานจริงได้มากขึ้น ที่ทั้งเซ็กซี่ และดิบเถื่อน ”แม้ว่าเธอจะเซ็กซี่ แต่เธอก็ไม่เคยถอยห่างจากความดิบเถื่อนของตัวเธอเลย ฉันก็เลยคิดว่า ทั้งลุกส์ คอสตูม และทรงผมของเธอเป็นส่วนผสมของ The Avengers, The Ultimates และสิ่งที่คุณได้เห็นใน Iron Man 2 ค่ะ”
บทแบล็ควิโดว์เป็นบทที่ต้องใช้พลกำลังอย่างมาก เพราะเธอมีทักษะศิลปะการต่อสู้และการต่อสู้มือเปล่าขั้นสูง สำหรับ Marvel s The Avengers โยฮันส์สันพบว่าตัวเองต้องฝึกฝนวูชู ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ของจีน รวมถึงการต่อสู้รูปแบบใหม่ด้วยเช่นกัน ”ทุกอย่างเป็นสิ่งที่เรียนรู้ยากนิดๆ น่ะค่ะ” เธอให้ความเห็น ”และฉันก็ต้องบอกว่าครั้งแรกที่ฉันได้รู้ว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่ ฉันก็แบบ พระเจ้าช่วย ฉันไม่มีวันเรียนมันได้แน่ๆ  แต่ฉันก็ทำได้ ฉันก็แค่ต้องล้มเหลวมาหลายครั้งมากกว่าจะทำได้…แล้วความล้มเหลวพวกนั้นก็ เจ็บมากด้วยค่ะ!”
ทั้งแบล็ควิโดว์ และฮอว์คอาย ที่รับบทโดย เจเรมี่ เรนเนอร์ เป็นมนุษย์ที่มีพลังพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากพวกซูเปอร์ฮีโร่ที่มีพลังมหัศจรรย์ แต่โยฮันส์สันก็บอกว่าพวกซูเปอร์ฮีโร่ก็เป็นตัวละครที่เข้าถึงได้ไม่ต่างกับ ตัวละครมนุษย์ ”ฉันคิดว่าผู้ชมจะเข้าถึงตัวละครพวกนี้ได้เพราะพวกเขามีความเป็นมนุษย์มากๆ แม้ว่าพวกเขาจะมีความสามารถเหนือมนุษย์ก็ตาม” เธอบอก ”จอสส์ วีดอน (มือเขียนบท/ผู้กำกับฯ) ได้ใส่ลักษณะ และอารมณ์ความเป็นมนุษย์เข้าไปให้กับตัวละครทุกตัว เขาทุ่มเทให้กับการทำให้ตัวละครเหล่านี้สมจริงจริงๆ ค่ะ”
”ผู้ชมจะสามารถเข้าถึงความเจ็บปวดและความเกลียดชังตัวเองของ บรูซ แบนเนอร์ได้ และความรักที่ธอร์มีต่อโลกิพี่ชายของเขา และการทรยศของโลกิได้มีการสำรวจเรื่องราวเบื้องหลังนี้ทั้งหมดค่ะ ซึ่งก็ทำให้ผู้ชมยิ่งเชื่อในหนังเรื่องนี้มากขึ้น” โยฮันส์สัน สรุป
ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ชัดเจนว่า ฮอว์คอาย และ แบล็ควิโดว์ มีอดีตร่วมกันที่เกี่ยวพันกับบทบาทของพวกเขาในฐานะเจ้าหน้าที่หน่วย S.H.I.E.L.D. แม้ว่าจะไม่มีการเผยถึงเบื้องหลังของพวกเขา แต่สายสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ก็ชัดเจน โยฮันส์สัน อธิบายว่า ”ฉันคิดว่า ฮอว์คอาย และ แบล็ควิโดว์ น่าจะเคยร่วมงานกันมานานแล้ว เราจะเห็นสายสัมพันธ์นั้นนิดๆ ตอนที่พวกเขาเล่าถึงประวัติของพวกเขา เราได้เห็นมันในสไตล์การต่อสู้ของพวกเขาตอนที่พวกเขาสู้ร่วมกัน พวกเขามีความสัมพันธ์ที่เก่าแก่ ซึ่งเจ๋งมาก คนสองคนที่สู้ร่วมกันในวิธีที่สง่างาม เหมือนบัลเลต์เลยน่ะ”
โยฮันส์สันเชื่อว่าคุณสมบัติที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของ Marvel s The Avengers คือนักแสดงของเรื่อง ”นักแสดงของเรื่องนี้สุดยอดเลยค่ะ” เธอกล่าวอย่างตื่นเต้น ”เมื่อไหร่กันล่ะคะที่คุณจะได้เห็นนักแสดงกลุ่มนี้มารวมตัวกันในโลกแฟนตาซี แบบนี้”

Posted in แฟชั่นดารา | Leave a comment

ทอม ฮิดเดิลสตันกับบท โลกิ ใน The Avengers


ฮิดเดิลสตัน กล่าวว่า “โลกิเป็นตัวละครตัวแรกของผมที่มีระดับความมืดมนและความซับซ้อนแบบนี้ครับ ในธอร์ ผมพยายามที่จะไม่แสดงบทโลกิเป็นคนเลวแบบโจ่งแจ้ง แต่ผมแสดงเขาในฐานะแอนตี้ฮีโร่ที่ถูกเข้าใจผิด มหัศจรรย์มากๆกับงานครั้งนี้ ผมคิดว่าพวกเราทุกคนยังหยิกตัวเองอยู่เลย ผมรู้สึกเป็นเกียรติจริงๆ ที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงเจ็ดหรือแปดคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก เมื่อวานผมนั่งอยู่ในห้องกับ ไอรอน แมน, กัปตันอเมริกา และธอร์ ในชุดคอสตูมเต็มตัว มันทำให้ผมหัวเราะและคิดว่า – เรากำลังสร้าง The Avengers อยู่จริงๆด้วย”
“จอส วีดอน [ผู้กำกับฯ] ใจดีมากๆ เขาเคารพในการนำมุมมองที่ผมมีต่อโลกิมาสู่หนัง เขาอยากจะยึดเหนี่ยวสิ่งที่ทำให้บทนี้น่าสนใจ ความซับซ้อน ความชั่วร้ายของโลกิได้แรงจูงใจจากความจริงที่ว่า เขาถูกทำร้าย และเขาก็กำลังหาที่ทางของตัวเองในจักรวาล แต่ในหนังเรื่องนี้เขาอันตรายกว่าและทรงพลังกว่าเยอะ ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโลกิ คือเขาไม่ใช่เจ้าชายที่ถูกทำร้ายทั้งภายในและภายนอกอีกต่อไปแล้ว เขามั่นใจในตัวเองมากขึ้น แม้แต่คอสตูมของเขาก็ยังหนัก ใช้หนังมากขึ้น ดูดิบเถื่อนขึ้นมาก และมันก็ยับยู่ยี่ขาดวิ่นเล็กน้อย”

“โลกิเป็นเทพเจ้า เขาทรงพลังกว่ามนุษย์ ผมมองโลกิว่าเป็นพลังความเฉลียวฉลาดและความลึกลับที่แปลงร่างได้ ในธอร์ มีคนบอกผมว่ามันมีเส้นทางลับระหว่างโลกแต่ละใบ ซึ่งแม้กระทั่งเทพเจ้าที่มีพรสวรรค์มากมายก็ไม่อาจมองเห็น โลกิเป็นผู้กุมกุญแจไขจักรวาล เขาเคยไปตามเส้นทางที่มืดมนในอวกาศและได้พบกับสัตว์ประหลาด และผูกมิตรกับพวกมันในตอนจบของธอร์ และนำไปสู่การเริ่มต้นของ Marvel s The Avengers เขาได้ไปนรกชั้นที่เจ็ดในเวอร์ชั่นของมาร์เวล และได้นำความลับของเขากลับมา”

Posted in แฟชั่นดารา | Leave a comment

Think Like a Manโค่นแชมป์ The Lucky One หวานโดนใจเข้าอันดับสอง


Think Like a Man เป็นหนังคอมเมดี้ ซึ่งดัดแปลงมาจากหนัง “Act Like a Lady, Think Like a Man” ของ สตีฟ ฮาร์วี่ย์ ที่เล่าถึงชีวิตรักของคู่รัก 4 คู่ที่สาวๆทั้งสี่นางดันติดคู่มือชีวิตรักที่เขียนโดย ฮาร์วี่ย์ เลยพยายามพลิกสถานการณ์ให้ตัวเองกลับมาครองเกมเหนือสาวๆให้ได้ มุขเท่านี้แหละทำให้มันโกยรายได้ไป $33.6 ล้าน จากจำนวนโรงฉาย 2,015 โรง เฉลี่ย $16,3693 ต่อโรง ซึ่งเป็นตัวเลขรายได้เฉลี่ยต่อโรงมากสุดลำดับ 3 ในปีนี้ รองจาก  The Hunger Games ($36,871) กับ The Lorax ($18,830) หมายความว่ามันดีกว่า The Vow, Safe House และ 21 Jump Street เสียอีก

ตัวเลขรายได้เปิดตัวของ Think Like a Man ยังดีกว่าหนังแนวๆเดียวกัน และหนังของ
ไท เลอร์ เพอร์รี่ พระเอกผิวสีคนดัง (แต่ไม่ได้เล่นเรื่องนี้นะ) ทุกเรื่อง ยกเว้น Madea Goes to Jail ที่เก็บไป $41 ล้าน และท้ายที่สุดมันทำได้ดีกว่า Obsessed ที่เปิดตัวด้วยรายได้ $28.6 ล้าน ปี 2009 ทำให้ Think Like a Man กลายเป็นภาพยนตร์ที่เจาะตลาดกลุ่มคนดูแอฟริกัน-อเมริกัน ที่เปิดตัวได้ดีที่สุดของค่าย Screen Gems แต่โดยรวมทั้งหมด (ไม่จำเพาะตลาดคนดู) มันแพ้เพียง The Vow เท่านั้น

แม้ จะฟาดแชมป์แบบเซอร์ไพรส์ แต่ความจริงมันไม่ได้เซอร์ไพรส์ขนาดนั้น เพราะ Think Like a Man สร้างโดยพัฒนามาจากหนังสือขายดีของ สตีฟ ฮาร์วี่ย์ ที่มีบทบาทในหนังโดยตรงด้วย ทำให้แฟนหนังสือที่มีเป็นล้านสนใจจะเข้ามาดู (และความสำเร็จนี้น่าจะทำให้ Lionsgate ที่จำหน่ายหนัง What to Expect When You re Expecting ที่ดัดแปลงจากหนังสือชื่อเดียวกัน และจะเข้าโรงเดือนหน้า จับตาดูอย่างใกล้ชิด) และด้วยการที่แฟนหนังสือเป็นสาวๆ เป็นส่วนใหญ่ จึงไม่แปลกที่จะมีสาวๆ มาดูหนังมากถึง 63% และเป็นกลุ่มที่อายุ 30 อัพถึง 62%

การเปิดตัวสวยหรูของ Think Like a Man ทำให้ โซนี่ ยิ้มไม่หุบ เพราะจนถึงตอนนี้ ปีนี้ พวกเขามีหนังแชมป์ถึง 4 เรื่องแล้ว มากกว่าทุกค่าย (ค่าย Universal รองลงมา 3 เรื่อง) โดยจาก 4 เรื่อง มี 3 เรื่องที่สังกัด  Screen Gems คือ Think Like a Man, The Vow (ตอนนี้โกยไปแล้ว $124.3 ล้าน) และ Underworld Awakening ซึ่งเป็นหนังซีรี่ส์ Underworld ที่ทำรายได้ดีที่สุดทั้งใน และต่างประเทศ อีกเรื่องคือ 21 Jump Street ตอนนี้ฟาดไป $127 ล้านแล้ว ทำให้รายได้ทั้งหมดของสตูดิโออยู่ที่ $456.1 ล้าน และคงจะแตะหลัก $500 ล้านได้ก่อนซีซั่นแห่งซัมเมอร์จะเริ่มต้น หากมองว่าตลอด 3 เดือนนับจากนี้ โซนี่ มีหนังรอถล่มโรงอย่าง MIB 3, That s My Boy และ The Amazing Spider-Man

รายอันดับ 1 มาซะยาว มาดูอันดับสองบ้าง The Lucky One เปิดตัวด้วยรายได้ $22.5 ล้าน โดยภาพยนตร์รักโรแมนติกเรื่องนี้ ดัดแปลงมาจากงานของนักเขียนเรื่องรักหวานเว่อร์เจ้าเก่า นิโคลัส สปาร์คส์ และเป็นงานที่เปิดตัวรายได้มากสุดลำดับที่สองรองจาก Dear John ($30.5 ล้าน) แต่ดีกว่า The Notebook นิดนึง ในส่วนของ แซ็ค เอฟรอน พระเอกของเรื่อง ที่ประกบ เทย์เลอร์ ชิลลิ่ง นั้น The Lucky One เปิดตัวแพ้ 17 Again ($23.7 ล้าน) นิดเดียว แต่ก็ดีกว่า Charlie St. Cloud ($12.4 ล้าน) หนังโรแมนติกดราม่า ปี 2010 เยอะ

สรุปได้ว่าตัวเลขของ The Lucky One นั้นเยี่ยมยอดแล้ว ส่วนหนึ่งคงต้องยกความดีความชอบให้หนังที่ดัดแปลงจากหนังสือของ สปาร์คส์ สองเรื่องก่อนนี้อย่าง The Notebook (ไรอัน กอสลิ่ง / ราเชล แม็คอดัมส์) กับ Dear John (แชนนิ่ง เททั่ม / อแมนด้า ซีย์ฟรายด์) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง The Lucky One เลยมีฐานแน่นพอสมควร แต่ทั้งนี้ก็พรากเครดิตไปจาก แซ็ค เอฟรอน ไม่ได้เช่นกัน เพราะมันกลายเป็นการยืนยันว่าความล้มเหลวของเขาจาก Charlie St. Cloud ไม่ได้มีผลกระทบใดๆ ไม่ใช่เพราะแฟนๆ หน้ามืดตามัว แต่ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องราวที่ไม่น่าสนใจของตัวเองหนังเอง หาใช่ฝีมือการแสดงของเขาไม่ และเช่นเคยที่ The Lucky One จะมีวัยรุ่นมาดูเพียบ โดยกว่าครึ่งหนึ่งมีอายุไม่ 25 ปี และในนั้นมีสาวๆ มากถึง 76% และพวกเขาให้เกรดหนัง A- ซะด้วย

ความสำเร็จของ The Lucky One กระทบโดยตรงต่อแชมป์เก่า 4 สมัย The Hunger Games เพราะหนัง 2 เรื่องมีกลุ่มคนดูกลุ่มเดียวกัน และสัปดาห์นี้รายได้ของ The Hunger Games ตกลงไป 31% ที่ตัวเลข $14.7 ล้าน ทำให้รายได้รวมตอนนี้อยู่ที่ตัวเลข $357.1 ล้านแล้ว มากสุดอันดับ 19 ตลอดกาล ถึงกระนั้น The Hunger Games ยังถือว่ามีความแข็งแกร่ง เพราะหนังเข้าฉายมา 31 วันแล้ว และมันได้น้อยกว่า Harry Potter and the Deathly Hallows Part แค่ $3แสน แต่ว่าหนังพ่อมดกดรายได้รวมไป $381 ล้าน ยังมีเวลาที่ The Hunger Games อาจแซงหน้าได้

อันดับ 4 เป็นหนังสารคดี Chimpanzee ของ วอลท์ ดิสนี่ย์ ที่เก็บรายได้ไป $10.7 ล้าน เป็นหนังที่สตาร์ต 3 วันได้ดีที่สุดของ ดิสนี่ย์เนเจอร์ และยังเป็นหนังสารคดีธรรมชาติที่ประเดิมได้สวยหรูที่สุดตลอดกาลด้วย ขณะที่ในกลุ่มหนังแนวสารคดีทั้งหมดนั้น Chimpanzee อยู่อันดับที่ 3 รองจาก Justin Bieber: Never Say Never ($29.5 ล้าน) กับ Fahrenheit 9/11 ($23.9 ล้าน) แต่มันก็ไม่ได้การีนตีหรอกนะว่า หนังสารคดีเจ้าจ๋อ จะรักษามาตรฐานของมันเอาไว้ได้หลังผ่านช่วงวัน อนุรักษ์โลก เอิร์ธ เดย์ (22 เม.ย.) ไปแล้ว!

มีคนหนึ่ง ได้ ก็ต้องมีคนหนึ่งเสีย และตัวเลขรายรับสวยงามของ Chimpanzee กลายเป็นการไปดึงให้ The Three Stooges ล้มเหลว เพราะหนังตลกสามเกลอของพี่น้องฟาร์เรลลี่ รายได้ตกฮวบ 43% สัปดาห์นี้เก็บได้เพียง $9.8 ล้าน รวมเพิ่งสะสมไป $29.9 ล้านเท่านั้น พอๆ กับ The Cabin in the Woods หนังสยองปนฮา หัวเราะร่าน้ำตาริน กับรายได้ที่ตกลงไป 46% เก็บเพิ่มได้แบบจุ๋มจิ๋มเพียง $8 ล้านเท่านั้น แถมเกรดหนังยังหล่นมาเหลือแค่ C พูดง่ายๆ ว่าโดยพิษปากต่อปากเข้าไปเต็มๆ นั่นเอง รวม 10 วันหนังที่ได้ จอส วีดอน ผกก. The Avengers โปรดิวซ์ และร่วมเขียนบท ทำไปทั้งสิ้น $27.2 ล้าน

Posted in แฟชั่นดารา | Leave a comment

หนังใหม่

From Up On Poppy Hill / ป๊อปปี้ ฮิลล์ ร่ำร้องขอปาฏิหาริย์
แนว  : Animation, Drama
ผู้กำกับภาพยนตร์ : โกโระ มิยาซากิ
นักแสดง  : -
วันเข้าฉาย :26 เม.ย.55

From Up On Poppy Hill ที่เกิดขึ้นในเมืองโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1963 เป็นเรื่องรักที่มีตัวละครเอกเป็นนักเรียนไฮสคูล ผู้กลายเป็นกลุ่มคนญี่ปุ่นใหม่รุ่นแรก ขณะที่ประเทศนี้เริ่มฟื้นตัวจากความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่สอง คนรุ่นใหม่ต้องดิ้นรนกับการก้าวไปสู่อนาคตที่เจิดจรัสแต่ก็พยายามไม่สูญเสีย สิ่งต่างๆ จากอดีตที่ทำให้พวกเขากลายมาเป็นพวกเขา อนิเมชันที่สดใสและเปี่ยมด้วยรายละเอียดของเรื่องถ่ายทอดความงดงามจับตาของ ท่าเรือโยโกฮาม่าและหุบเขาเขียวขจีรอบด้าน และด้วยซาวน์แทร็คที่นำมาจากดนตรีที่วิเศษที่สุดจากยุคสมัยนั้น ที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกตื่นเต้นของความรักหนุ่มสาวและความหวังของรุ่งอรุณ ใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

จุดเด่น ภาพยนตร์เรื่อง From Up On Poppy Hill สร้างขึ้นจากนิยายภาพเรื่อง Kokurikozaka Kara โดยจิซึรุ ทากาฮาชิและเท็ตสึโระ ซายามะ บทภาพยนตร์เขียนโดยฮายาโอะ มิยาซากิและเคอิโกะ นิวะ ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองที่กำกับโดยโกโระ มิยาซากินับตั้งแต่ผลงานเปิดตัวเรื่อง Gedo Senki (2006) ของเขา และภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้เข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต From Up On Poppy Hill เป็นการนำเสนอเรื่องราวที่สดใหม่ของความรักแรกรุ่นระหว่างเด็กสาวและเด็ก หนุ่มที่บริสุทธิ์และตรงไปตรงมาราวลูกธนู
Lockout /  แหกคุกกลางอวกาศ
แนว  : Action, Thriller, Sci-Fi
ผู้กำกับภาพยนตร์ :เจมส์ แมตเตอร์, สตีเฟ่น เซนต์ ลีเจอร์
นักแสดง  : กาย เพียร์ซ,แมคกี้ เกรซ
วันเข้าฉาย :26 เม.ย.55

LOCK OUT (ล็อค เอาท์) เป็นเรื่องราวของ เอ็มเอส-วัน ยานอวกาศที่ล้ำสมัยที่สุดแห่งโลกอนาคต ที่อาชญากรสุดอันตรายกว่า 500 คน ถูกขังเอาไว้ในสภาวะจำศีล อย่างไรก็ตามเมื่อ เอมิลี่ (แม็กกี้ เกรซ) ลูกสาวประธานาธิบดีสหรัฐ ขึ้นไปทำปฏิบัติภารกิจเรื่องสิทธิมนุษยชน เหล่านักโทษก็ตื่นขึ้นมาและยึด เอ็มเอส-วัน เอาไว้ได้ ด้วยเวลาและหนทางที่เหลืออยู่ไม่มาก ประธานาธิบดีจำเป็นต้องส่งอดีตเจ้าหน้าที่ฝีมือดี แต่บ้าระห่ำอย่าง สโนว์ (กาย เพียร์ซ) ขึ้นไปบน เอ็มเอส-วัน โดยมีภารกิจเพียงหนึ่งเดียวก็คือ ช่วยลูกสาวของเขากลับมาสู่โลกให้ได้

Safe / โครตระห่ำ ทะลุระหัส
แนว  : Action, Crime, Thriller
ผู้กำกับภาพยนตร์ :โบแอซ ยาคิน
นักแสดง  :เจสัน สเตทแธม ,แคทเธอรีน ชาน,โรเบิร์ต เบิร์ค,เร็จจี้ ลี
วันเข้าฉาย :26 เม.ย.55

Mei (แคทเธอรีน ชาน) เป็นอัจฉริยะคณิตศาสตร์ชาวจีนวัย 10 ขวบ ผู้ถูกลักพาตัวจากบ้านของเธอในนานกิง จากพวกองค์กรมืด เธอถูก Han Jiao (เจมส์ ฮอง) หัวหน้าองค์กรมืดส่งตัวไปอเมริกา ที่ซึ่งเธอจะทำหน้าที่เป็น “เคาน์เตอร์” สำหรับกิจการขู่กรรโชกของพวกเขา ไม่มีทั้งคอมพิวเตอร์ และร่องรอยเอกสาร เธอเก็บตัวเลขทั้งหมดนั้นไว้ในหัวของเธอ หนึ่งปีให้หลัง Chang (เร็จจี้ ลี) “พ่อ” บุญธรรมคนใหม่ของเธอก็พาเธอมาด้วยเพื่อนับตัวเลข ขณะที่เขาจัดการเรื่องธุรกิจของตัวเอง Luke Wright (เจสัน สเตแธม) เป็นนักสู้ชั้นสอง ในแวดวงศิลปะการต่อสู้ผสมในนิวเจอร์ซีย์ เมื่อเขาทำให้แผนการล้มมวยพังพินาศ กลุ่มมาเฟียรัสเซียก็จัดการเชือดไก่ให้ลิงดู ด้วยการสังหารภรรยาของเขาและขู่จะฆ่าทุกคนที่เขาผูกมิตรหรือมีความสัมพันธ์ ด้วย ตอนนี้ Luke ที่เป็นคนบ้านแตกสาแหรกขาด ยากแค้นและแปลกแยกจากคนในสังคม ได้ร่อนเร่ไปตามท้องถนนในนิวยอร์กราวกับวิญญาณ ที่ก้าวสู่ขอบเหวของการฆ่าตัวตาย


Posted in แฟชั่นดารา | Leave a comment