| Think Like a Man เป็นหนังคอมเมดี้ ซึ่งดัดแปลงมาจากหนัง “Act Like a Lady, Think Like a Man” ของ สตีฟ ฮาร์วี่ย์ ที่เล่าถึงชีวิตรักของคู่รัก 4 คู่ที่สาวๆทั้งสี่นางดันติดคู่มือชีวิตรักที่เขียนโดย ฮาร์วี่ย์ เลยพยายามพลิกสถานการณ์ให้ตัวเองกลับมาครองเกมเหนือสาวๆให้ได้ มุขเท่านี้แหละทำให้มันโกยรายได้ไป $33.6 ล้าน จากจำนวนโรงฉาย 2,015 โรง เฉลี่ย $16,3693 ต่อโรง ซึ่งเป็นตัวเลขรายได้เฉลี่ยต่อโรงมากสุดลำดับ 3 ในปีนี้ รองจาก The Hunger Games ($36,871) กับ The Lorax ($18,830) หมายความว่ามันดีกว่า The Vow, Safe House และ 21 Jump Street เสียอีก
ตัวเลขรายได้เปิดตัวของ Think Like a Man ยังดีกว่าหนังแนวๆเดียวกัน และหนังของ
ไท เลอร์ เพอร์รี่ พระเอกผิวสีคนดัง (แต่ไม่ได้เล่นเรื่องนี้นะ) ทุกเรื่อง ยกเว้น Madea Goes to Jail ที่เก็บไป $41 ล้าน และท้ายที่สุดมันทำได้ดีกว่า Obsessed ที่เปิดตัวด้วยรายได้ $28.6 ล้าน ปี 2009 ทำให้ Think Like a Man กลายเป็นภาพยนตร์ที่เจาะตลาดกลุ่มคนดูแอฟริกัน-อเมริกัน ที่เปิดตัวได้ดีที่สุดของค่าย Screen Gems แต่โดยรวมทั้งหมด (ไม่จำเพาะตลาดคนดู) มันแพ้เพียง The Vow เท่านั้น
แม้ จะฟาดแชมป์แบบเซอร์ไพรส์ แต่ความจริงมันไม่ได้เซอร์ไพรส์ขนาดนั้น เพราะ Think Like a Man สร้างโดยพัฒนามาจากหนังสือขายดีของ สตีฟ ฮาร์วี่ย์ ที่มีบทบาทในหนังโดยตรงด้วย ทำให้แฟนหนังสือที่มีเป็นล้านสนใจจะเข้ามาดู (และความสำเร็จนี้น่าจะทำให้ Lionsgate ที่จำหน่ายหนัง What to Expect When You re Expecting ที่ดัดแปลงจากหนังสือชื่อเดียวกัน และจะเข้าโรงเดือนหน้า จับตาดูอย่างใกล้ชิด) และด้วยการที่แฟนหนังสือเป็นสาวๆ เป็นส่วนใหญ่ จึงไม่แปลกที่จะมีสาวๆ มาดูหนังมากถึง 63% และเป็นกลุ่มที่อายุ 30 อัพถึง 62%
การเปิดตัวสวยหรูของ Think Like a Man ทำให้ โซนี่ ยิ้มไม่หุบ เพราะจนถึงตอนนี้ ปีนี้ พวกเขามีหนังแชมป์ถึง 4 เรื่องแล้ว มากกว่าทุกค่าย (ค่าย Universal รองลงมา 3 เรื่อง) โดยจาก 4 เรื่อง มี 3 เรื่องที่สังกัด Screen Gems คือ Think Like a Man, The Vow (ตอนนี้โกยไปแล้ว $124.3 ล้าน) และ Underworld Awakening ซึ่งเป็นหนังซีรี่ส์ Underworld ที่ทำรายได้ดีที่สุดทั้งใน และต่างประเทศ อีกเรื่องคือ 21 Jump Street ตอนนี้ฟาดไป $127 ล้านแล้ว ทำให้รายได้ทั้งหมดของสตูดิโออยู่ที่ $456.1 ล้าน และคงจะแตะหลัก $500 ล้านได้ก่อนซีซั่นแห่งซัมเมอร์จะเริ่มต้น หากมองว่าตลอด 3 เดือนนับจากนี้ โซนี่ มีหนังรอถล่มโรงอย่าง MIB 3, That s My Boy และ The Amazing Spider-Man
รายอันดับ 1 มาซะยาว มาดูอันดับสองบ้าง The Lucky One เปิดตัวด้วยรายได้ $22.5 ล้าน โดยภาพยนตร์รักโรแมนติกเรื่องนี้ ดัดแปลงมาจากงานของนักเขียนเรื่องรักหวานเว่อร์เจ้าเก่า นิโคลัส สปาร์คส์ และเป็นงานที่เปิดตัวรายได้มากสุดลำดับที่สองรองจาก Dear John ($30.5 ล้าน) แต่ดีกว่า The Notebook นิดนึง ในส่วนของ แซ็ค เอฟรอน พระเอกของเรื่อง ที่ประกบ เทย์เลอร์ ชิลลิ่ง นั้น The Lucky One เปิดตัวแพ้ 17 Again ($23.7 ล้าน) นิดเดียว แต่ก็ดีกว่า Charlie St. Cloud ($12.4 ล้าน) หนังโรแมนติกดราม่า ปี 2010 เยอะ
สรุปได้ว่าตัวเลขของ The Lucky One นั้นเยี่ยมยอดแล้ว ส่วนหนึ่งคงต้องยกความดีความชอบให้หนังที่ดัดแปลงจากหนังสือของ สปาร์คส์ สองเรื่องก่อนนี้อย่าง The Notebook (ไรอัน กอสลิ่ง / ราเชล แม็คอดัมส์) กับ Dear John (แชนนิ่ง เททั่ม / อแมนด้า ซีย์ฟรายด์) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง The Lucky One เลยมีฐานแน่นพอสมควร แต่ทั้งนี้ก็พรากเครดิตไปจาก แซ็ค เอฟรอน ไม่ได้เช่นกัน เพราะมันกลายเป็นการยืนยันว่าความล้มเหลวของเขาจาก Charlie St. Cloud ไม่ได้มีผลกระทบใดๆ ไม่ใช่เพราะแฟนๆ หน้ามืดตามัว แต่ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องราวที่ไม่น่าสนใจของตัวเองหนังเอง หาใช่ฝีมือการแสดงของเขาไม่ และเช่นเคยที่ The Lucky One จะมีวัยรุ่นมาดูเพียบ โดยกว่าครึ่งหนึ่งมีอายุไม่ 25 ปี และในนั้นมีสาวๆ มากถึง 76% และพวกเขาให้เกรดหนัง A- ซะด้วย
ความสำเร็จของ The Lucky One กระทบโดยตรงต่อแชมป์เก่า 4 สมัย The Hunger Games เพราะหนัง 2 เรื่องมีกลุ่มคนดูกลุ่มเดียวกัน และสัปดาห์นี้รายได้ของ The Hunger Games ตกลงไป 31% ที่ตัวเลข $14.7 ล้าน ทำให้รายได้รวมตอนนี้อยู่ที่ตัวเลข $357.1 ล้านแล้ว มากสุดอันดับ 19 ตลอดกาล ถึงกระนั้น The Hunger Games ยังถือว่ามีความแข็งแกร่ง เพราะหนังเข้าฉายมา 31 วันแล้ว และมันได้น้อยกว่า Harry Potter and the Deathly Hallows Part แค่ $3แสน แต่ว่าหนังพ่อมดกดรายได้รวมไป $381 ล้าน ยังมีเวลาที่ The Hunger Games อาจแซงหน้าได้
อันดับ 4 เป็นหนังสารคดี Chimpanzee ของ วอลท์ ดิสนี่ย์ ที่เก็บรายได้ไป $10.7 ล้าน เป็นหนังที่สตาร์ต 3 วันได้ดีที่สุดของ ดิสนี่ย์เนเจอร์ และยังเป็นหนังสารคดีธรรมชาติที่ประเดิมได้สวยหรูที่สุดตลอดกาลด้วย ขณะที่ในกลุ่มหนังแนวสารคดีทั้งหมดนั้น Chimpanzee อยู่อันดับที่ 3 รองจาก Justin Bieber: Never Say Never ($29.5 ล้าน) กับ Fahrenheit 9/11 ($23.9 ล้าน) แต่มันก็ไม่ได้การีนตีหรอกนะว่า หนังสารคดีเจ้าจ๋อ จะรักษามาตรฐานของมันเอาไว้ได้หลังผ่านช่วงวัน อนุรักษ์โลก เอิร์ธ เดย์ (22 เม.ย.) ไปแล้ว!
มีคนหนึ่ง ได้ ก็ต้องมีคนหนึ่งเสีย และตัวเลขรายรับสวยงามของ Chimpanzee กลายเป็นการไปดึงให้ The Three Stooges ล้มเหลว เพราะหนังตลกสามเกลอของพี่น้องฟาร์เรลลี่ รายได้ตกฮวบ 43% สัปดาห์นี้เก็บได้เพียง $9.8 ล้าน รวมเพิ่งสะสมไป $29.9 ล้านเท่านั้น พอๆ กับ The Cabin in the Woods หนังสยองปนฮา หัวเราะร่าน้ำตาริน กับรายได้ที่ตกลงไป 46% เก็บเพิ่มได้แบบจุ๋มจิ๋มเพียง $8 ล้านเท่านั้น แถมเกรดหนังยังหล่นมาเหลือแค่ C พูดง่ายๆ ว่าโดยพิษปากต่อปากเข้าไปเต็มๆ นั่นเอง รวม 10 วันหนังที่ได้ จอส วีดอน ผกก. The Avengers โปรดิวซ์ และร่วมเขียนบท ทำไปทั้งสิ้น $27.2 ล้าน |